สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวว่าที่ทนายความทุกคน! 👋 ใครที่กำลังอินกับการอ่านตำรากฎหมายจนตาแทบหลุด และฝันอยากจะสวมเสื้อครุยดำเท่ๆ ยืนว่าความในศาลบ้างคะ? ฉันเองก็เคยผ่านช่วงเวลาแห่งการเตรียมสอบตั๋วทนายที่เข้มข้นมาแล้วค่ะ บอกเลยว่าทั้งลุ้น ทั้งกดดัน จนบางทีก็ท้อแท้ไปบ้าง แต่ก็ผ่านมาได้เพราะไม่ยอมแพ้หลายคนอาจจะคิดว่าสอบไม่ผ่านเพราะหัวไม่ดี หรืออ่านหนังสือไม่พอใช่ไหมคะ?
แต่จากประสบการณ์ของฉันนะ บางครั้งมันไม่ได้เกี่ยวกับความรู้ที่เรามีเลยค่ะ! กลับเป็นเรื่องของ ‘ข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ’ ที่เราเผลอมองข้ามไปต่างหาก ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านี้แหละที่สามารถพลิกผลสอบจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยนะ โดยเฉพาะในการสอบที่คู่แข่งเยอะ คะแนนทุกจุดสำคัญมากๆ เลยล่ะค่ะวันนี้ฉันเลยอยากจะมานั่งเม้าท์ เปิดใจ แชร์เคล็ดลับฉบับคนเคยสอบจริง ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ เดินทางสู่ฝันได้ราบรื่นขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเองค่ะ อยากให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปคว้าความสำเร็จด้วยกันนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เรามาดูกันเลยค่ะว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้างที่เราควรหลีกเลี่ยงในการสอบตั๋วทนาย!
การวางแผนการอ่านที่ไม่ตรงจุด ทำให้เสียเวลาไปเปล่าๆ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน! เรื่องแรกเลยที่ฉันอยากจะเตือนและย้ำหนักมากก็คือ “การวางแผนการอ่าน” นี่แหละค่ะ หลายคนพอรู้ว่าจะต้องสอบตั๋วทนาย ก็ตะบี้ตะบันอ่านทุกตำราที่มี อ่านแบบไม่ลืมหูลืมตา แต่พอถึงเวลาจริงกลับจำอะไรไม่ได้เลย หรือไปเจอข้อสอบที่ไม่ได้ออกตามที่เราอ่านมาเป๊ะๆ ก็ไปไม่เป็นซะแล้ว ซึ่งฉันเองก็เคยเป็นแบบนี้เลยนะ ตอนแรกก็คิดว่าต้องอ่านให้เยอะที่สุด ครอบคลุมที่สุด แต่สุดท้ายมันกลายเป็นดาบสองคมค่ะ เพราะการอ่านแบบไม่มีทิศทางเนี่ย มันจะทำให้เราหลงทาง เหนื่อยง่าย และสุดท้ายก็ท้อไปเองค่ะ การวางแผนที่ดีคือการที่เราต้องรู้ว่าวิชาไหนสำคัญ วิชาไหนออกบ่อย พยายามหาแนวข้อสอบเก่าๆ มาดู แล้วค่อยจัดตารางอ่านให้สอดคล้องกับน้ำหนักของแต่ละวิชา เพื่อให้เราได้ใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ ไม่อย่างนั้นนะ เราจะวนเวียนอยู่กับความรู้สึกว่าอ่านไปก็ลืม อ่านไปก็ไม่ได้อะไร แล้วสุดท้ายก็จะเบื่อกับการอ่านไปซะก่อน ที่สำคัญคือต้องประเมินตัวเองด้วยนะว่าเราถนัดวิชาไหน ไม่ถนัดวิชาไหน เพื่อจะได้จัดสรรเวลาให้เหมาะสม บางทีวิชาที่เราไม่ถนัด อาจจะต้องให้เวลาเยอะหน่อย แต่ก็อย่าลืมทบทวนวิชาที่เราถนัดด้วยนะคะ เพราะคะแนนทุกส่วนสำคัญหมดเลยจริงๆ ค่ะ
ไม่รู้แนวข้อสอบ อ่านผิดจุด
เคยไหมคะที่อ่านหนังสือเล่มหนาเป็นพันหน้า แต่พอเจอข้อสอบจริงกลับไม่คุ้นเลยซักนิด? นี่แหละค่ะคือปัญหาใหญ่ที่หลายคนมองข้ามไป การอ่านแบบไม่รู้แนวข้อสอบก็เหมือนการเดินเข้าป่าโดยไม่มีแผนที่ค่ะ เราจะหลงทางและเสียเวลาไปเปล่าๆ ฉันเองก็เคยพลาดมาแล้วนะ ตอนแรกคิดว่าอ่านทุกอย่างก็พอแล้ว แต่พอมานั่งวิเคราะห์ข้อสอบเก่าๆ ถึงได้รู้ว่าบางเรื่องออกบ่อยมาก บางเรื่องแทบไม่ออกเลย การรู้แนวข้อสอบจะช่วยให้เราโฟกัสได้ถูกจุด ประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสในการทำคะแนนได้ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่ใช่แค่ดูว่าออกเรื่องไหน แต่ต้องดูด้วยว่าออกลึกแค่ไหน ถามแบบไหน สไตล์ของข้อสอบเป็นยังไง การอ่านแบบมีเป้าหมายจะทำให้เรามั่นใจขึ้นเยอะเลยค่ะ
จัดตารางอ่านแบบผิดๆ ไม่เหมาะกับตัวเอง
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการจัดตารางอ่านนี่แหละค่ะ บางคนจัดตารางแบบตึงเกินไป อ่านหามรุ่งหามค่ำ ไม่มีเวลาพักผ่อน พอทำไปได้ไม่กี่วันก็หมดไฟไปซะก่อน หรือบางคนก็จัดแบบหลวมเกินไป สุดท้ายก็อ่านไม่ทัน ฉันอยากจะบอกว่าการจัดตารางที่ดีที่สุดคือตารางที่ “เหมาะกับตัวเรา” ค่ะ เราเป็นคนถนัดอ่านตอนเช้า หรือตอนกลางคืน?
เราอ่านรวดเดียวได้นานแค่ไหน? มีเวลาพักบ้างไหม? สิ่งเหล่านี้สำคัญมากเลยนะคะ ลองหาตารางอ่านที่รู้สึกว่าทำตามได้จริง มีเวลาพักบ้างเล็กน้อยให้สมองได้ผ่อนคลาย เพื่อที่เราจะได้ไปต่อได้แบบไม่หมดไฟไปซะก่อน จำไว้นะคะว่าการสอบตั๋วทนายเป็นการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งแข่ง 100 เมตรค่ะ
มองข้ามความสำคัญของการฝึกทำข้อสอบจริง
เพื่อนๆ คะ ข้อนี้เป็นอีกจุดที่หลายคนพลาดกันไปเยอะมากจริงๆ ค่ะ! หลายคนชอบคิดว่าแค่ “อ่าน” ให้แม่นก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้อง “ฝึกทำ” ข้อสอบจริงให้มากนัก ซึ่งฉันเองก็เคยคิดแบบนั้นค่ะตอนแรกๆ นึกว่าถ้าจำหลักกฎหมายได้เป๊ะๆ แล้วเขียนตอบได้ตรงตามที่ท่องมา คะแนนก็จะมาเอง แต่พอได้ลองทำข้อสอบจริงดูเท่านั้นแหละค่ะ ถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว เพราะการทำข้อสอบจริงมันไม่ใช่แค่การจำแล้วเขียน แต่เป็นการเอาความรู้ที่เรามีมา “ประยุกต์ใช้” ให้เข้ากับข้อเท็จจริงที่โจทย์กำหนด ซึ่งทักษะตรงนี้มันต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนักเลยค่ะ ยิ่งเราได้ลองทำข้อสอบเก่าๆ มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งคุ้นเคยกับรูปแบบของข้อสอบ วิธีการเขียนตอบให้ได้ใจความ วิธีการลำดับความคิดให้เป็นระบบ และที่สำคัญคือ เราจะได้บริหารเวลาในการทำข้อสอบให้ดีขึ้นด้วยค่ะ เพราะการสอบตั๋วทนายเวลาเป็นสิ่งมีค่ามากๆ นะคะ ถ้าเราไม่ได้ฝึกฝนมาดีพอ อาจจะทำข้อสอบไม่ทันเอาได้ง่ายๆ เลยล่ะค่ะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเราไปเจอข้อสอบที่ไม่คุ้นเคยในวันสอบจริง แล้วต้องมานั่งงงว่าจะเริ่มต้นยังไง หรือจะเขียนตอบแบบไหนให้ได้คะแนนดีที่สุด มันน่าเสียดายแค่ไหนกัน จริงไหมคะ?
ไม่จับเวลาทำข้อสอบ ทำให้บริหารเวลาผิดพลาด
โอ๊ย…บอกเลยว่าตรงนี้พลาดกันเยอะมาก! ฉันเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นค่ะที่ชอบอ่านโจทย์แล้วคิดคำตอบในใจ หรือไม่ก็เขียนไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจเวลา พอถึงเวลาสอบจริงเท่านั้นแหละค่ะ ถึงกับช็อก เพราะเวลาเดินเร็วมาก!
ข้อสอบบางข้อที่เราคิดว่าน่าจะเขียนได้ดี กลับทำไม่ทันเพราะมัวแต่เสียเวลาไปกับข้ออื่นๆ หรือมัวแต่คิดเยอะเกินไป การฝึกจับเวลาทำข้อสอบจริงจะช่วยให้เราประเมินตัวเองได้ว่าเราใช้เวลาไปกับแต่ละข้อมากน้อยแค่ไหน ควรจะจัดสรรเวลายังไงให้เหมาะสม ฝึกเขียนให้กระชับ ได้ใจความ แต่ครอบคลุมทุกประเด็น เพื่อให้เราสามารถทำข้อสอบได้ครบทุกข้อ และมีเวลาทบทวนก่อนส่งด้วยค่ะ อย่ามองข้ามเรื่องเวลานะคะ เพราะนาทีสุดท้ายในห้องสอบมันมีค่ามากจริงๆ
ละเลยการตรวจทานคำตอบอย่างละเอียด
หลังจากทำข้อสอบเสร็จแล้ว หลายคนอาจจะรู้สึกโล่งอกแล้ววางปากกาเลย ซึ่งเป็นอีกจุดที่น่าเสียดายมากค่ะ เพราะการตรวจทานคำตอบอย่างละเอียดนี่แหละค่ะ ที่จะช่วยให้เราเจอจุดผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะทำให้เสียคะแนนไปได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการสะกดคำผิด การเขียนไม่เป็นประเด็น หรือการลืมยกหลักกฎหมายมาปรับใช้กับข้อเท็จจริง ฉันจำได้เลยว่าตอนที่ฉันฝึกทำข้อสอบ ฉันจะพยายามทบทวนคำตอบเสมอ แล้วก็เจอข้อผิดพลาดของตัวเองอยู่บ่อยๆ ซึ่งช่วยให้ฉันแก้ไขและพัฒนาการเขียนตอบได้ดีขึ้นมากๆ ค่ะ การตรวจทานไม่เพียงแค่ดูความถูกต้อง แต่ยังรวมถึงความสมบูรณ์ของคำตอบ และการลำดับความคิดด้วยนะคะ
จัดการเวลาและสุขภาพกายใจไม่ดีเท่าที่ควร
เพื่อนๆ คะ การเตรียมสอบตั๋วทนายเนี่ย มันไม่ใช่แค่เรื่องของสมองและเนื้อหาเท่านั้นนะคะ แต่มันคือการต่อสู้กับตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจเลยล่ะค่ะ! ฉันจำได้เลยว่าช่วงใกล้สอบเนี่ย เครียดจนปวดหัวตุ้บๆ นอนไม่หลับ กินข้าวไม่อร่อย บางวันก็รู้สึกท้อแท้จนอยากจะล้มเลิกไปซะดื้อๆ ซึ่งอาการเหล่านี้แหละค่ะที่เป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลัง “จัดการตัวเอง” ได้ไม่ดีพอ หลายคนคิดว่าการอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้นะคะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเราป่วย หรือสมองไม่แล่นในวันสอบจริง มันจะแย่แค่ไหน?
ดังนั้น การดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอนี่แหละค่ะ ที่เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ถ้าเราพักผ่อนไม่พอ ร่างกายไม่พร้อม จิตใจไม่แจ่มใส ต่อให้เราอ่านหนังสือมาแน่นแค่ไหน ก็ยากที่จะดึงศักยภาพออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ค่ะ อย่าลืมให้รางวัลตัวเองด้วยการพักผ่อนบ้าง ออกกำลังกายบ้าง หรือทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อคลายเครียด จะช่วยให้เรามีพลังไปต่อสู้กับการอ่านหนังสือได้อีกเยอะเลยค่ะ
อดนอนสะสม ทำให้สมองล้าในวันสอบ
เพื่อนๆ อย่าหาทำนะ! การอดนอนสะสมนี่แหละค่ะตัวร้ายเลย มันจะทำให้สมองของเราล้า คิดอะไรไม่ค่อยออก สมาธิสั้นลง และที่สำคัญคือจะทำให้เราจำสิ่งที่อ่านไปได้ไม่ดีเท่าที่ควร ฉันเคยเห็นเพื่อนบางคนหักโหมอ่านหนังสือจนถึงเช้าก่อนวันสอบ พอเข้าห้องสอบก็ง่วงซึม ทำข้อสอบแบบไม่เต็มที่ ซึ่งน่าเสียดายมากๆ ค่ะ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้สมองของเราได้จัดระเบียบข้อมูล และทำให้เราตื่นตัว สดชื่น มีสมาธิในวันสอบจริงค่ะ จำไว้นะคะว่าคุณภาพการนอนสำคัญกว่าปริมาณการอ่านในช่วงโค้งสุดท้ายเสมอ
ละเลยการออกกำลังกายและผ่อนคลายความเครียด
นอกจากเรื่องการนอนแล้ว การออกกำลังกายและการผ่อนคลายความเครียดก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ การนั่งอ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ อาจทำให้ร่างกายเราเมื่อยล้า และจิตใจเราตึงเครียดได้ การได้ลุกขึ้นมาขยับร่างกายบ้าง เดินเล่นบ้าง หรือทำกิจกรรมที่เราชอบเพื่อผ่อนคลาย จะช่วยให้เราสดชื่นขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องไปเข้าฟิตเนสหนักๆ ก็ได้ แค่เดินรอบบ้าน ยืดเส้นยืดสาย หรือฟังเพลงที่เราชอบก็ช่วยได้แล้วค่ะ การปล่อยให้ความเครียดสะสมไว้นานๆ จะส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพกายและใจ และอาจทำให้เราหมดไฟในการอ่านหนังสือได้ง่ายๆ เลยนะ
หลงเชื่อแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ จนพาให้สับสน
ในยุคที่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายดายแค่ปลายนิ้วแบบนี้ บอกเลยค่ะว่ามันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียนะ ข้อดีคือเรามีแหล่งความรู้มากมายให้ค้นคว้า แต่ข้อเสียก็คือ “ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง” หรือ “ข้อมูลที่ล้าสมัย” ก็มีปะปนอยู่เยอะแยะไปหมดเลยค่ะ!
ฉันเองก็เคยพลาดมาแล้วนะ ตอนที่หาข้อมูลใหม่ๆ หรือแนวคำพิพากษา ก็เจอทั้งข้อมูลที่อัปเดตแล้วและข้อมูลที่ยังไม่ได้อัปเดต ซึ่งบางทีมันก็ทำให้ฉันสับสนมากๆ เลยค่ะ จนต้องมานั่งตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าข้อมูลไหนถูกต้อง ข้อมูลไหนใช้ได้จริง การที่เราไปหลงเชื่อแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือใช้ข้อมูลที่ล้าสมัยมาปรับใช้กับข้อสอบเนี่ย อาจจะทำให้เราเขียนตอบผิดประเด็น หรือให้คำตอบที่ไม่ถูกต้องได้ง่ายๆ เลยนะคะ ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลโดยตรงต่อคะแนนสอบของเราค่ะ ดังนั้น การเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยค่ะ ควรจะเป็นตำราที่ได้รับการยอมรับจากคณาจารย์ หรือบทความทางวิชาการที่อ้างอิงแหล่งที่มาได้ชัดเจน เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราใช้ในการเตรียมสอบนั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบันจริงๆ ค่ะ
ใช้ตำราเก่า หรือข้อมูลที่ไม่ได้อัปเดต
กฎหมายเป็นเรื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอค่ะ มีทั้งการแก้ไขกฎหมายใหม่ๆ หรือแนวคำพิพากษาฎีกาที่ออกมาอยู่เรื่อยๆ ถ้าเราใช้ตำราเก่า หรือข้อมูลที่ไม่ได้อัปเดต อาจจะทำให้เราตอบผิดหลักกฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบันได้ง่ายๆ เลยค่ะ ฉันเคยเจอมาแล้วนะตอนที่อ่านตำราเก่าๆ แล้วพอไปเทียบกับกฎหมายปัจจุบัน ถึงได้รู้ว่ามีการแก้ไขไปแล้วหลายจุด ซึ่งถ้าเราไม่ตรวจสอบให้ดี อาจจะทำให้เสียคะแนนไปได้ง่ายๆ เลยค่ะ ดังนั้น ควรหมั่นตรวจสอบกฎหมายใหม่ๆ และแนวคำพิพากษาที่อัปเดตอยู่เสมอ เพื่อให้เรามีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดค่ะ
เชื่อข้อมูลจากโซเชียลมีเดียที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญได้ในโซเชียลมีเดียใช่ไหมคะ? มีทั้งเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มไลน์ หรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและการเตรียมสอบมากมาย ซึ่งบางครั้งก็เป็นประโยชน์มาก แต่บางครั้งก็เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่น่าเชื่อถือค่ะ ฉันเคยเห็นข้อมูลผิดๆ ถูกๆ แชร์กันในกลุ่มบ่อยๆ ซึ่งถ้าเราไม่ตรวจสอบให้ดี ก็อาจจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการสอบแล้วทำให้ตอบผิดได้ง่ายๆ เลยค่ะ ทางที่ดีควรตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลเสมอ หรือปรึกษาอาจารย์ผู้รู้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่เราได้รับมานั้นถูกต้องและสามารถนำไปใช้ได้จริงค่ะ
ประมาทกับกฎหมายใหม่และแนวคำพิพากษาฎีกา
เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่าหนึ่งในจุดที่มักจะใช้ตัดสินผลสอบได้เลยก็คือ “กฎหมายใหม่” และ “แนวคำพิพากษาฎีกาใหม่ๆ” นี่แหละค่ะ! ฉันเคยคิดว่าแค่จำหลักกฎหมายพื้นฐานได้ก็พอแล้ว แต่พอมาเจอข้อสอบจริงเท่านั้นแหละค่ะ ถึงกับบางอ้อเลย เพราะข้อสอบมักจะออกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่เพิ่งประกาศใช้ หรือแนวคำพิพากษาฎีกาที่ออกมาใหม่ๆ เพื่อทดสอบว่าเรามีความรอบรู้และอัปเดตข้อมูลอยู่เสมอหรือไม่ ซึ่งถ้าเราไม่ได้ติดตามตรงนี้ไว้ให้ดี อาจจะทำให้เราตอบผิดประเด็น หรือให้คำตอบที่ล้าสมัยไปได้ง่ายๆ เลยนะคะ ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งแนวคำพิพากษาฎีกาใหม่ๆ ก็อาจจะเปลี่ยนหลักที่เคยมีมาเลยก็ได้ ซึ่งถ้าเราไม่รู้ตรงนี้ ก็อาจจะทำให้เราเข้าใจผิดและตอบผิดไปได้ทั้งข้อเลยล่ะค่ะ น่าเสียดายมากๆ เลยนะ ดังนั้น อย่าได้ประมาทกับการติดตามข่าวสารทางกฎหมายและแนวคำพิพากษาใหม่ๆ เด็ดขาดเลยนะคะ พยายามหาช่องทางติดตาม อย่างเช่น เว็บไซต์ศาลฎีกา หรือวารสารกฎหมายต่างๆ เพื่อให้เรามีข้อมูลที่สดใหม่และสามารถนำไปใช้ในการทำข้อสอบได้อย่างถูกต้องค่ะ
ไม่ได้ติดตามกฎหมายที่เพิ่งมีผลบังคับใช้
กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอค่ะ บางครั้งมีการประกาศใช้กฎหมายใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิม ซึ่งอาจมีผลกระทบโดยตรงกับการตอบข้อสอบของเราได้เลยนะคะ ฉันจำได้ว่าตอนที่ฉันสอบ มีกฎหมายใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ไม่นาน แล้วข้อสอบก็ออกประเด็นนั้นพอดี ถ้าฉันไม่ได้ติดตามข่าวสารตรงนี้ ก็คงตอบไม่ได้แน่ๆ ค่ะ การติดตามกฎหมายใหม่ๆ จะช่วยให้เรามีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ซึ่งสำคัญมากๆ ในการสอบกฎหมายค่ะ
ละเลยแนวคำพิพากษาฎีกาที่ออกมาใหม่
แนวคำพิพากษาฎีกาเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจการตีความและการปรับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติค่ะ บางครั้งแนวคำพิพากษาฎีกาที่ออกมาใหม่ก็อาจจะเปลี่ยนหลักกฎหมายที่เคยมีมาเลยก็ได้ ถ้าเราละเลยการติดตามตรงนี้ ก็อาจจะทำให้เราเข้าใจผิดและตอบผิดไปได้ทั้งข้อเลยนะ ฉันเคยเจอเหตุการณ์ที่เพื่อนบางคนตอบตามหลักเก่าที่เคยเรียนมา แต่จริงๆ แล้วมีฎีกาใหม่ที่เปลี่ยนหลักไปแล้ว ทำให้เสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดายเลยค่ะ ดังนั้น อย่าลืมติดตามแนวคำพิพากษาฎีกาใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้เรามีข้อมูลที่แม่นยำที่สุดค่ะ
ข้อผิดพลาดในการเขียนตอบที่ทำให้คะแนนหด
เพื่อนๆ คะ นอกจากการรู้เนื้อหาและการทำข้อสอบให้ทันแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้กันเลยก็คือ “การเขียนตอบ” นี่แหละค่ะ! หลายคนอาจจะคิดว่าเขียนอะไรก็ได้ที่รู้ แต่จริงๆ แล้วมันมีเทคนิคและวิธีการเขียนที่สำคัญมากๆ เลยนะคะที่จะช่วยให้กรรมการอ่านแล้วเข้าใจง่าย ให้คะแนนเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งฉันเองก็เคยพลาดมาแล้วนะ ตอนแรกๆ ก็เขียนตอบแบบไม่มีหลักเกณฑ์ เขียนยาวๆ ไม่มีประเด็น พอผลสอบออกมา คะแนนก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิดค่ะ เพราะบางทีเราอาจจะรู้เนื้อหา แต่ถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดีพอ หรือเขียนไม่ตรงกับสิ่งที่กรรมการต้องการจะเห็น ซึ่งมันน่าเสียดายมากๆ เลยนะคะ การเขียนตอบที่ดีมันไม่ใช่แค่การจำแล้วเขียน แต่เป็นการจัดระเบียบความคิด การลำดับประเด็น การใช้ภาษาที่ถูกต้อง และการปรับใช้หลักกฎหมายกับข้อเท็จจริงให้ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งทักษะเหล่านี้มันต้องอาศัยการฝึกฝนและทำความเข้าใจค่ะ อย่าลืมว่ากรรมการตรวจข้อสอบมีเวลาจำกัดนะคะ ถ้าเราเขียนวกวน อ่านยาก หรือไม่เป็นประเด็น ก็อาจจะทำให้กรรมการมองข้ามจุดที่เราต้องการจะสื่อไปได้ง่ายๆ เลยค่ะ ลองฝึกเขียนตอบให้กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็นอยู่เสมอ จะช่วยให้เราได้คะแนนดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
เขียนตอบวกวน ไม่ตรงประเด็น

การเขียนตอบแบบวกวน ไม่ตรงประเด็น เป็นสิ่งที่กรรมการตรวจข้อสอบไม่ชอบเอามากๆ เลยค่ะ เพราะมันทำให้เสียเวลาในการอ่านและทำความเข้าใจ บางครั้งเราอาจจะรู้เนื้อหาเยอะ แต่ถ้าเขียนออกมาแบบไม่มีทิศทาง ก็อาจจะทำให้กรรมการไม่เห็นประเด็นสำคัญที่เราต้องการจะสื่อได้ ฉันเคยลองเขียนตอบแบบรวบรัด ตัดสิ่งที่ฟุ่มเฟือยออกไป แล้วเน้นที่ประเด็นสำคัญๆ เท่านั้น ผลคือคะแนนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ ลองฝึกเขียนให้กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็นอยู่เสมอ จะช่วยให้เราสื่อสารกับกรรมการได้ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
ไม่ยกหลักกฎหมาย หรือยกมาผิด
ในการสอบกฎหมาย การยกหลักกฎหมายมาปรับใช้กับข้อเท็จจริงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ค่ะ ถ้าเราเขียนตอบโดยไม่มีการยกหลักกฎหมายมาเลย หรือยกมาผิด ก็อาจจะทำให้เสียคะแนนไปได้ง่ายๆ เลยนะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเรายังไม่แม่นยำในหลักกฎหมาย หรือไม่เข้าใจวิธีปรับใช้ที่ถูกต้อง ฉันจำได้เลยว่าตอนที่ฉันฝึกทำข้อสอบ อาจารย์จะเน้นย้ำเสมอว่าต้องยกหลักกฎหมายมาให้ครบถ้วน และต้องอ้างอิงให้ถูกต้องด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีความรู้และความเข้าใจในกฎหมายอย่างแท้จริงค่ะ
ลายมืออ่านยาก หรือเขียนไม่เป็นระเบียบ
ข้อนี้อาจจะฟังดูเล็กน้อย แต่จริงๆ แล้วสำคัญมากเลยนะคะ! ถ้าลายมือเราอ่านยาก หรือเขียนไม่เป็นระเบียบ กรรมการอาจจะไม่อยากอ่าน หรืออาจจะอ่านผิดพลาดไปได้ง่ายๆ เลย ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่อคะแนนของเราค่ะ พยายามเขียนให้เป็นระเบียบ เว้นวรรคตอนให้เหมาะสม และใช้ปากกาที่เขียนได้ลื่นไหล เพื่อให้กรรมการอ่านข้อสอบของเราได้อย่างสบายตา และให้คะแนนเราได้อย่างยุติธรรมค่ะ
ละเลยการจัดการความเครียดและแรงกดดัน
เพื่อนๆ คะ การเตรียมสอบตั๋วทนายเนี่ย มันมาพร้อมกับความเครียดและแรงกดดันมหาศาลเลยใช่ไหมคะ? ฉันเข้าใจดีเลยค่ะ เพราะฉันเองก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว บางวันก็รู้สึกเหนื่อยล้าจนอยากจะร้องไห้ บางวันก็รู้สึกกังวลว่าตัวเองจะทำได้ไหม จะสอบผ่านหรือเปล่า ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติค่ะ แต่ถ้าเราปล่อยให้ความเครียดและแรงกดดันมันสะสมอยู่ในใจนานๆ โดยไม่ได้หาวิธีจัดการ มันจะส่งผลเสียต่อการเตรียมสอบของเรามากๆ เลยนะคะ อาจจะทำให้เราหมดไฟ ขาดสมาธิ หรือแม้กระทั่งทำให้เราป่วยได้เลยค่ะ การจัดการความเครียดและแรงกดดันจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยค่ะที่เราไม่ควรมองข้าม การดูแลสุขภาพจิตใจของเราให้ดีก็เหมือนกับการดูแลร่างกายให้แข็งแรงนั่นแหละค่ะ มันจะช่วยให้เรามีพลังกายและใจที่จะสู้ต่อกับการอ่านหนังสือ และไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ได้ในที่สุดค่ะ อย่าลืมหาเวลาพักผ่อน ทำกิจกรรมที่ชอบ หรือพูดคุยกับคนที่เข้าใจเราบ้างนะคะ การมีที่พึ่งทางใจก็สำคัญไม่แพ้ความรู้ในตำราเลยล่ะค่ะ
ไม่รู้จะผ่อนคลายความเครียดยังไง
ความเครียดจากการเตรียมสอบเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะจัดการกับมันได้ การไม่รู้ว่าจะผ่อนคลายความเครียดยังไง อาจจะทำให้เราจมอยู่กับความรู้สึกกังวลและท้อแท้ ฉันอยากจะแนะนำให้ลองหาวิธีผ่อนคลายที่เราชอบและรู้สึกสบายใจค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงเบาๆ ดูหนังตลกๆ ออกไปเดินเล่นในสวน หรือแม้แต่การทำสมาธิก็ได้ค่ะ การได้ทำอะไรที่เราชอบบ้างจะช่วยให้เราได้พักสมองและกลับมามีพลังในการอ่านหนังสืออีกครั้งค่ะ
เก็บความกังวลไว้คนเดียว ไม่ปรึกษาใคร
บางครั้งการเก็บความกังวลและความเครียดไว้คนเดียวก็เป็นเรื่องที่แย่มากๆ เลยนะคะ เพราะมันจะทำให้เราคิดวนเวียนอยู่กับปัญหา แล้วก็หาทางออกไม่ได้ ฉันเคยเป็นแบบนั้นค่ะ พอเก็บทุกอย่างไว้คนเดียวก็ยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีก แต่พอได้ลองปรึกษาเพื่อน หรือคนในครอบครัว ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะเลยค่ะ การได้ระบายความรู้สึกออกมา หรือได้พูดคุยกับคนที่เข้าใจ จะช่วยให้เราได้มุมมองใหม่ๆ และรู้สึกว่าเราไม่ได้เผชิญหน้ากับปัญหานี้อยู่คนเดียวค่ะ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างนะคะ เพราะบางทีพวกเขาก็เป็นกำลังใจสำคัญของเราได้เลยล่ะ
| ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น | เคล็ดลับแก้ไข |
|---|---|---|
| วางแผนการอ่านแบบไม่มีทิศทาง | เสียเวลาอ่านมาก แต่จำไม่ได้ ไม่ครอบคลุมประเด็นสำคัญ | วิเคราะห์แนวข้อสอบเก่า, จัดตารางอ่านตามน้ำหนักวิชา, ประเมินจุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเอง |
| ละเลยการฝึกทำข้อสอบจริง | ทำข้อสอบไม่ทัน, เขียนตอบไม่เป็นประเด็น, ประยุกต์ใช้กฎหมายไม่ได้ | ฝึกทำข้อสอบเก่าจับเวลา, ทบทวนคำตอบละเอียด, หัดเขียนตอบให้กระชับ |
| จัดการสุขภาพกายใจไม่ดี | ร่างกายอ่อนล้า, สมองไม่แล่น, หมดไฟในการอ่าน, ป่วยในวันสอบ | นอนพักผ่อนให้เพียงพอ, ออกกำลังกายเบาๆ, หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด |
| ใช้ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ/ล้าสมัย | ตอบผิดหลักกฎหมายปัจจุบัน, สับสนกับข้อมูลที่ขัดแย้ง | เลือกตำราที่ได้รับการยอมรับ, ตรวจสอบกฎหมายใหม่/ฎีกาใหม่เสมอ, ปรึกษาอาจารย์ |
| เขียนตอบไม่ดี | กรรมการอ่านยาก, ไม่เห็นประเด็นสำคัญ, เสียคะแนนง่ายๆ | ฝึกเขียนตอบให้กระชับ ตรงประเด็น, ยกหลักกฎหมายถูกต้อง, เขียนให้เป็นระเบียบ |
ความผิดพลาดในการเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ก่อนสอบ
เพื่อนๆ คะ นอกจากเรื่องการอ่านหนังสือและการทำข้อสอบแล้ว อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือ “การเตรียมเอกสารและอุปกรณ์” นี่แหละค่ะ! ฉันจำได้เลยว่าตอนที่ฉันสอบเนี่ย มีเพื่อนบางคนลืมบัตรประชาชน ลืมบัตรเข้าห้องสอบ หรือปากกาหมดกลางคัน ซึ่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้แหละค่ะที่สามารถสร้างปัญหาใหญ่ในวันสอบได้เลยนะคะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเราไปถึงสนามสอบแล้วเพิ่งมารู้ว่าลืมเอกสารสำคัญ มันจะทำให้เราตกใจ กังวล และเสียสมาธิในการทำข้อสอบไปมากแค่ไหน ซึ่งบางทีอาจจะทำให้เราหมดโอกาสสอบไปเลยก็ได้นะคะ เพราะเรื่องเอกสารสำคัญเหล่านี้ ทางกรรมการจะเคร่งครัดมากๆ ค่ะ ดังนั้น การเตรียมตัวให้พร้อมล่วงหน้า ตรวจสอบเอกสารและอุปกรณ์ทุกอย่างให้ครบถ้วนก่อนวันสอบจริง จะช่วยให้เราคลายความกังวลไปได้เยอะเลยค่ะ และทำให้เรามีสมาธิกับการทำข้อสอบได้อย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรมารบกวนจิตใจของเราในวันสำคัญค่ะ อย่าปล่อยให้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มาเป็นอุปสรรคขวางทางความสำเร็จของเรานะคะ
ลืมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรเข้าห้องสอบ บัตรประชาชน
ข้อนี้เป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ! บัตรเข้าห้องสอบและบัตรประชาชนเป็นเอกสารสำคัญที่เราต้องใช้แสดงตนในวันสอบ ถ้าเราลืมไปเนี่ย อาจจะทำให้เราไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องสอบได้เลยนะคะ ฉันเคยเห็นเพื่อนบางคนวิ่งหน้าตั้งกลับไปเอาบัตรที่บ้านในเช้าวันสอบ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและเสียเวลาไปมากเลยค่ะ ดังนั้น ก่อนวันสอบอย่างน้อยหนึ่งวัน ควรจัดเตรียมเอกสารเหล่านี้ใส่กระเป๋าที่จะนำไปสอบให้เรียบร้อย และตรวจสอบซ้ำอีกครั้งในเช้าวันสอบ เพื่อความสบายใจและความมั่นใจว่าเราพร้อมที่จะเข้าห้องสอบได้อย่างไม่มีปัญหาค่ะ
ปากกาหรืออุปกรณ์อื่นๆ ไม่พร้อมใช้งาน
เรื่องปากกาก็เป็นอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามไปนะคะ บางคนพกไปแค่ด้ามเดียว แล้วดันมาหมึกหมดกลางคัน หรือพกปากกาที่ไม่ถนัดไป ทำให้เขียนไม่คล่องมือ ซึ่งส่งผลต่อความเร็วในการเขียนและคุณภาพของคำตอบได้เลยค่ะ ฉันอยากจะแนะนำให้พกปากกาสำรองไปอย่างน้อย 2-3 ด้าม ที่เขียนได้ลื่นไหล ถนัดมือ และเป็นสีที่ใช้สอบได้ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น เช่น ดินสอ ยางลบ หรือไม้บรรทัด (ถ้าจำเป็น) ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อที่เราจะได้ทำข้อสอบได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุดค่ะ
การสร้างความคาดหวังที่สูงเกินไปจนกดดันตัวเอง
สุดท้ายนี้ที่ฉันอยากจะพูดถึงคือเรื่องของ “ความคาดหวัง” ค่ะ! การที่เรามีความตั้งใจและความคาดหวังที่จะสอบผ่านเป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่มันก็เหมือนดาบสองคมค่ะ ถ้าเราคาดหวังสูงเกินไปจนกลายเป็นความกดดันตัวเองมากเกินไป มันอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราได้เลยนะ ฉันเองก็เคยเป็นแบบนั้นค่ะ ตอนแรกก็ตั้งใจมากๆ ว่าจะต้องสอบผ่านให้ได้ในครั้งแรก ซึ่งความตั้งใจนั้นมันก็ดีแหละค่ะ แต่พอถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวังไว้ ก็เริ่มรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ และเริ่มกดดันตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็รู้สึกว่าไม่อยากจะอ่านหนังสือต่อแล้ว ซึ่งความรู้สึกแบบนี้มันอันตรายมากๆ เลยนะคะ เพราะมันอาจจะทำให้เราหมดไฟไปซะก่อนที่จะถึงวันสอบจริงด้วยซ้ำไปค่ะ จำไว้นะคะว่าการสอบตั๋วทนายมันไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้ แต่เป็นเรื่องของจิตใจด้วยค่ะ การเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริง ตั้งเป้าหมายที่สมเหตุสมผล และรู้จักผ่อนคลายความกดดันให้กับตัวเองบ้าง จะช่วยให้เราเดินทางสู่ความสำเร็จได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนมากขึ้นค่ะ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกค่ะ เราทุกคนล้วนมีวันผิดพลาดได้เสมอ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากมันแล้วก้าวต่อไปนะคะ
ตั้งเป้าหมายที่สูงเกินจริง
การตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่การตั้งเป้าหมายที่สูงเกินจริงโดยไม่คำนึงถึงความเป็นไปได้ หรือศักยภาพของตัวเอง อาจจะนำมาซึ่งความผิดหวังและแรงกดดันมหาศาลค่ะ ฉันเคยตั้งเป้าหมายว่าต้องอ่านให้ได้วันละหลายร้อยหน้า ซึ่งสุดท้ายก็ทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ทำให้รู้สึกแย่กับตัวเองมากๆ ค่ะ ลองตั้งเป้าหมายที่สมเหตุสมผลและสามารถทำได้จริง แล้วค่อยๆ เพิ่มระดับความท้าทายขึ้นเรื่อยๆ จะดีกว่าค่ะ การก้าวไปทีละก้าวอย่างมั่นคงย่อมดีกว่าการพยายามกระโดดข้ามกำแพงสูงๆ แล้วล้มลงค่ะ
เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป
ในสังคมของการเตรียมสอบ เรามักจะเห็นเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างที่เก่งมากๆ ใช่ไหมคะ? บางคนอาจจะเรียนเก่งมาตั้งแต่แรก หรือบางคนก็ดูเหมือนจะอ่านหนังสือแป๊บเดียวก็จำได้หมด ซึ่งการที่เราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นมากเกินไป อาจจะทำให้เรารู้สึกด้อยค่า และเกิดความกดดันที่ไม่จำเป็นค่ะ ฉันอยากจะบอกว่าทุกคนมีเส้นทางของตัวเองค่ะ เราไม่จำเป็นต้องเดินตามใคร หรือเป็นเหมือนใคร เราแค่ต้องพยายามเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองก็พอแล้วค่ะ มุ่งมั่นกับเส้นทางของเราเอง และเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองนะคะ
글을마치며
เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนเห็นภาพรวมของข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ในเส้นทางการเตรียมสอบตั๋วทนายนะคะ ฉันเข้าใจดีเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อม รอบคอบ และใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งเรื่องการอ่าน การฝึกทำข้อสอบ การดูแลตัวเอง ไปจนถึงการจัดการกับความเครียดและแรงกดดัน เราก็จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างแน่นอนค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เราต้องเสียเวลาหรือพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์นะคะ สู้ๆ ค่ะทุกคน!
알아두면 쓸모 있는 정보
1. การวางแผนการอ่านที่ดีเริ่มต้นจากการวิเคราะห์แนวข้อสอบเก่าๆ เพื่อให้รู้ว่าวิชาไหนสำคัญ ออกบ่อย และออกลึกแค่ไหนค่ะ การจัดตารางอ่านที่เหมาะสมกับตัวเองจะช่วยให้เราไม่เหนื่อยเกินไปและมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ.
2. อย่ามองข้ามการฝึกทำข้อสอบจริงภายใต้การจับเวลา เพราะจะช่วยให้เราคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ ฝึกบริหารเวลา และพัฒนาทักษะการเขียนตอบให้กระชับ ตรงประเด็น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสอบกฎหมายค่ะ.
3. การดูแลสุขภาพกายและใจเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกาย และการหาเวลาผ่อนคลายความเครียด จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิ และพร้อมรับมือกับการสอบได้อย่างเต็มที่.
4. เลือกใช้แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตำราเรียนที่ได้รับการยอมรับ กฎหมายที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ หรือแนวคำพิพากษาฎีกาใหม่ๆ เพื่อให้เรามีข้อมูลที่ถูกต้องและไม่สับสน.
5. การเขียนตอบที่ชัดเจน กระชับ ตรงประเด็น และมีการยกหลักกฎหมายมาปรับใช้กับข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง จะช่วยให้กรรมการตรวจข้อสอบเข้าใจง่ายและให้คะแนนเราได้ดีขึ้น อย่าลืมฝึกฝนการเขียนให้เป็นประจำนะคะ.
중요 사항 정리
การเตรียมสอบตั๋วทนายเป็นเส้นทางที่ท้าทาย แต่สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยการวางแผนที่ดี การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพกายและใจ และการเลือกใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง อย่าปล่อยให้ความผิดพลาดเล็กน้อยมาบั่นทอนกำลังใจหรือโอกาสของเรานะคะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ข้อผิดพลาดใหญ่ๆ ที่ทำให้สอบตั๋วทนายไม่ผ่านบ่อยที่สุดคืออะไรคะ?
ตอบ: จากที่ฉันคลุกคลีกับการสอบตั๋วทนายมานานนะ และได้เห็นเพื่อนๆ หลายคน รวมถึงตัวฉันเองตอนแรกๆ ก็เคยพลาดเนี่ย ข้อผิดพลาดที่เจอเยอะที่สุดเลยคือ “การบริหารเวลาในการทำข้อสอบไม่ดีพอ” ค่ะ คือเราอ่านมาเยอะ ท่องมาแม่น แต่พอเจอข้อสอบจริงที่มีหลายข้อ ทั้งปรนัย อัตนัย การเขียนคำฟ้อง คำร้อง หรือเอกสารกฎหมายต่างๆ เนี่ย เวลามันผ่านไปเร็วมากกกก จนหลายคนทำข้อสอบไม่ครบ หรือไปทุ่มกับข้อใดข้อหนึ่งมากเกินไป จนเวลาหมดก่อนที่จะได้เก็บคะแนนจากข้ออื่นๆ เลย เสียดายสุดๆ เลยนะ เพราะทุกคะแนนสำคัญจริงๆ ค่ะ อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “การจับประเด็นโจทย์ไม่แตก” ค่ะ บางทีโจทย์อาจจะซับซ้อน มีข้อเท็จจริงเยอะแยะ แต่เราต้องหาให้เจอว่าแก่นของเรื่องคืออะไร กฎหมายข้อไหนที่ต้องยกมาปรับใช้ บางครั้งเราเผลอเขียนตอบไปเรื่อยเปื่อย ไม่ตรงประเด็น ก็ทำให้คะแนนกระเด็นหายไปแบบน่าเสียดายเลยค่ะ ถ้าเราเข้าใจเรื่องการบริหารเวลาและฝึกจับประเด็นให้แม่นยำตั้งแต่เนิ่นๆ รับรองว่าโอกาสสอบผ่านจะสูงขึ้นเยอะเลย!
ถาม: แล้วมีเคล็ดลับอะไรบ้างคะที่จะช่วยให้เขียนตอบข้อสอบอัตนัยได้คะแนนดีๆ?
ตอบ: โอ้โห คำถามนี้โดนใจมากค่ะ เพราะข้อสอบอัตนัยนี่แหละคือสนามจริงที่วัดฝีมือเราเลยนะ! จากประสบการณ์ตรงของฉันเลยนะ มีเคล็ดลับง่ายๆ แต่ได้ผลดีเยี่ยมมาฝากค่ะ หนึ่งเลยคือ “ฝึกเขียนให้เยอะที่สุด” ค่ะ อย่าแค่อ่านแล้วจำอย่างเดียวนะคะ ต้องลงมือเขียนจริงๆ จังๆ เหมือนเรากำลังเขียนตอบอยู่ในห้องสอบเลยค่ะ โดยเฉพาะการเขียนคำฟ้อง คำร้อง หรือเอกสารกฎหมายต่างๆ เนี่ย มันมีแพทเทิร์นของมันอยู่ เราต้องจำโครงสร้างให้ขึ้นใจ ทั้งชื่อคู่ความ บรรยายสถานะ นิติสัมพันธ์ การโต้แย้งสิทธิ์ ความเสียหาย คำขอบังคับ รวมถึงคำลงท้ายต่างๆ ยิ่งฝึกเขียนจากข้อสอบเก่า สภาทนายความ ย้อนหลังไปหลายๆ รุ่นได้ยิ่งดีเลยค่ะ ฝึกแบบไม่ต้องดูเฉลยก่อนนะ เขียนเสร็จแล้วค่อยมาเทียบกับธงคำตอบว่าเราพลาดตรงไหนไปบ้าง สองคือ “เขียนให้กระชับ ชัดเจน ตรงประเด็น” ค่ะ กรรมการตรวจข้อสอบท่านคงไม่มีเวลามานั่งอ่านเรียงความยาวๆ ของเราหรอกนะ พยายามใช้ภาษาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และลำดับความคิดให้เป็นระบบ มีการอ้างอิงตัวบทกฎหมายหรือหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างแม่นยำ ที่สำคัญคือต้องมี “คำขอท้ายฟ้อง” ที่ชัดเจนด้วยนะคะ เพราะส่วนนี้ก็มีคะแนนค่ะ ถ้าฝึกทำแบบนี้บ่อยๆ เราจะจับทางได้เองว่าควรเขียนยังไงให้ได้คะแนนสูงสุดค่ะ
ถาม: ถ้าสอบไม่ผ่าน ควรทำยังไงดีคะ? ท้อมากๆ เลยค่ะ
ตอบ: เข้าใจเลยค่ะว่าความรู้สึกท้อแท้มันถาโถมเข้ามาขนาดไหน เพราะฉันเองก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้วเหมือนกัน ตอนที่รู้ว่าสอบไม่ผ่านเนี่ย ใจมันแป้วไปเลยจริงๆ ค่ะ แต่จะบอกว่า “คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะ” มีเพื่อนๆ อีกหลายคนเลยที่ต้องเจอกับประสบการณ์แบบนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่าเพิ่งยอมแพ้ค่ะ” การสอบตั๋วทนายมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อยู่แล้ว เป็นการวัดความอดทนและความมุ่งมั่นของเราด้วยสิ่งที่ฉันอยากแนะนำเลยนะ คือ “พักใจสักหน่อย” ค่ะ ให้เวลาตัวเองได้เศร้า ได้ผิดหวังบ้าง ไม่ต้องฝืนยิ้ม ไม่ต้องแกล้งเข้มแข็ง แล้วค่อยๆ หายใจลึกๆ พอรู้สึกดีขึ้นแล้วเนี่ย ลองกลับมา “ทบทวนตัวเอง” ดูว่าเราพลาดตรงไหนไปบ้าง อาจจะลองคุยกับเพื่อนที่สอบผ่าน หรือดูแนวข้อสอบเก่าอีกครั้ง เพื่อหาจุดอ่อนของเรา บางทีอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการบริหารเวลา หรือการเขียนตอบไม่ตรงประเด็นอย่างที่ฉันเคยบอกไปก็ได้ค่ะแล้วก็ “วางแผนใหม่” ค่ะ ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวันว่าจะอ่านอะไร ฝึกเขียนอะไรบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ลองหาคอร์สติวที่ช่วยเสริมจุดอ่อนของเรา หรือหาพี่ทนายที่ปรึกษาได้ ที่สำคัญคือ “สร้างกำลังใจให้ตัวเอง” อยู่เสมอ เตือนตัวเองว่าทำไมถึงอยากเป็นทนายความ ฝันของเราคืออะไร แล้วลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้งค่ะ ฉันเชื่อว่าถ้าเราไม่ทิ้งความฝัน และพยายามอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้แน่นอนค่ะ!
สู้ๆ นะคะ ฉันเอาใจช่วยเสมอ!






